17 ธันวาคม 2551




ฤดูการชีวิต....

พี่จิ๋ม ไม่รู้ทำไมอยู่ๆก็คิดถึงพี่จิ๋มขึ้นมา
ก็เลยอยากเขียน และก็บังเอิญได้ดู
โฆษณา "แม่ต้อย" ด้วย ก็เลยรู้สึก
เหมือนแม่ต้อย ว่าชีวิตของคนเรา
ยังทำอะไรได้อีกเยอะ
ชีวิตที่มีค่า ไม่ใช่ชีวิตที่ร่ำรวย
มีเกียติ หรืออายุยืน
แต่ชีวิตที่มีค่า คือชีวิตที่ตัวเรามีคุณค่า
และทำให้ชีวิตคนอื่นมีค่่าด้วย

จริงๆแล้วนอกจาเราจะค้นหาความหมาย
ของชีวิตแล้ว เรายังค้นหาคุณค่าของชีวิตเราด้วย
ความจริง "คุณค่าของชีวิต" หรือ "ความหมายของชีวิต"
เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?

15 ธันวาคม 2551

หลอมรวมตัวตนใหม่

หลอมรวมตัวตนใหม่....

เมื่อเช้าไปเดินที่สนามบินเก่่าตามปกติ
แต่ที่ไม่ปกติก็แค่เช้านี้เดินคุยกับลุงก็เท่านั้นเอง ๕๕๕

ลุงถามว่า"เห็นความเป็นผู้นำในอาศรมหิ่งห้อยอย่างไร และเมื่อถึงที่สุดแล้ว
อาศรมหิ่งห้อยกับมหาวิทยาลัยระดับท๊อปต่างกัน หรือเทียบกันได้อย่างไร"

ฟังอย่างนี้แล้วก็ต้องใคร่ครวญตัวเองพอสมควร แล้วก็ตอบไปว่า เห็นความไม่สมดุล
ของตัวเอง เวลาอยู่ใน work shop เราจะเป็นอีกบทบาทหนึ่ง ที่ต้องวางตัวเอง
ให้ต้องดูเป็นผู้นำส่งผ่านความรู้ นำกระบวนการบางส่วน ต้องทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่
ทำให้ดูน่าเชื่อถือ ทั้งๆที่บางครั้งเราก็ดูตัวเล็กนิดเดียว ๕๕๕๕

แต่เวลาอยู่นอก work shop เราก็มีอีกบทบาทหนึ่ง ที่ดูเป็นหญิงสาวที่ดูสดใสร่าเริง
สนุกสนาน พูดเล่น พูดล้อ กับเพื่อนๆ เป็นที่รักใคร่ ของคนหลายๆคน
เป็นหญิงสาวที่มีความมั่นใจ มีความเป็นตัวของตัวเอง
และเชื่อมั่นในศักยภาพในแบบที่ตัวเองมี

ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเรามานานแล้ว และก็เฝ้ามองชีวิตของเราเองอยู่
จนต้องมีใครมากระตุ่น มาโยนโจทย์ และก็ตัวกวนให้เสียก่อน ถึงจะสะดุง
และเราก็เดินใครครวญมาตลอดทางเดินของสนามบินเก่า และก็ฟังบทสนทนา
ของลุงกับน้ำต่อ เฝ้าดูการเรียนรู้ และการเป็นผู้นำของเพื่อนๆในอาศรมหิ้งห้อย

เมื่อก่อนเรารู้สึกกลัว และรู้สึกด้อยกว่า เมื่อเทียบกับเพื่อนๆที่เรียนมหาวิทยาลัย
ระดับท๊อปของประเทศ แต่ตอนนี้ก็รู้สึกเกิดคำถามขึ้นมาอึกว่า แล้วถ้าเจอกันตอนนี้
เรายังจะยังรู้สึกกลัวพวกนั้นอีกหรือเปล่า?

สิบโมงเช้าก็เรียนอาศรมหิ่งห้อยตามปกติ ด้วยโจทย์เดียวกันกับที่สนามบินเก่า
ฟังบทสนทนาของหลายๆคนแล้วรู้สึกดีมาก และก็เหมือนจะได้คำตอบ
ของคำถามที่ตั้งไว้ด้วยน่าแปลกที่เราตกหลุมรักที่นี่ เพราะที่นี่ไม่ได้มีคำตอบเดียว
ให้เราต้องเจอ แต่มีหลายคำตอบ มีหลายทางให้เราเลือกเดินและมีพื้นที่ให้เรา
ได้กระโดดลงเล่น และพื้นที่ให้เราได้ "มั่ว" เรารู้สึกว่า
"การศึกษาในระบบมีทฤษฎีที่นำไปสู่การปฏิบัติที่บังคับให้มีแค่คำตอบเดียว
แต่ที่อาศรมหิ่งห้อยเริ่มจากปฏิบัติแล้วนำไปสู่ทฤษฎีที่ไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว"

ชอบที่น้องแก่นพูดว่า เคยทำข้อสอบตอนที่ยังเรียนในระบบ ข้อสอบถามว่า
อาหารอะไรสะอาดที่สุดมีตัวเลือกให้สามข้อ คือ อาหารในฝาชี ปลาร้า
และอีกข้อหนึ่งแก่นจำไมไ่ด้ และแก่นก็เลือกตอบ ปลาร้า ด้วยเหตุผลที่ว่า
อาหารที่อยู่ในฝาชี ฝาชีมันมีรู ฝุ่นผงอาจตกลงไปได้ และแมลงก็อาจจะ
สามารรเข้าไปได้ แต่ครูบอกว่าผิด แก่นรู้สึกไม่เข้่าใจว่าทำไมถึงผิด
เพราะแก่นรู้สึกว่าปลาร้าน่าจะสะอาดกว่า!! แต่ที่อาศรมหิ่งห้่อย
ไม่ได้บังคับว่าต้องมีคำตอบเดียว หรือว่าต้องตอบได้แค่คำตอบเดียว
คนอื่นอาจไม่ได้คิดเหมือนเราแต่เราก็สามารที่จะพูดและก็มีคนฟังเราด้วย!!!

ได้คำตอบว่า การเรียนรู้แบบนี้ เราไม่จำเป็นต้องมีบทบาทเดียวก็ได้ ใช่!!!
เราไม่จำเป็นต้องมีบทบาทเดียวก็ได้ แต่เราใมีความสุขกับชีวิตก็พอ (หรือเปล่ามั้ง)
และก็ต้องมีความหมายกับชีวิตด้วย(มั้ง)....